"การเลี้ยงดูผู้รับใช้พระเจ้าในฐานะครูผู้สอนพระวจนะ"
เขียนโดย Padunkiaet Vejvechaneyom
“ส่วนคนที่รับการสอนพระวจนะ จงแบ่งสิ่งดีทุกอย่างให้แก่คนที่สอนตนเถิด” (กาลาเทีย 6:6)
1. อธิบายคำศัพท์
.....วลี "คนที่รับการสอนพระวจนะ ho katēchoumenos" กับ วลี "คนที่สอน tōi katēchounti" มาจากศัพท์คำเดียวกัน ซึ่งการใช้ภาษาตรงนี้บ่งบอกว่ามีการแยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือ มี "คนที่สอน" และ "คนที่รับการสอน" เป็นลักษณะเป็นแบบทางการ (formal) กล่าวคือ มี "ครู" กับ "นักเรียน"
.....คำว่า "จงแบ่ง" ให้ความหมายว่า "จงแบ่งให้ จงมอบให้" อยู่ในรูปของคำสั่งให้ต้องกระทำ
.....คำว่า "สิ่งดีทุกอย่าง" หมายถึง สิ่งดีทั้งทางจิตวิญญาณและทางวัตถุ แต่จากบริบทและการใช้คำน่าจะหมายถึง "เงินทอง" และ "ปัจจัยในการยังชีพ" เป็นสิ่งสำคัญ
2. โดยตามบริบทรอบข้าง มีการสั่งผู้เชื่อให้การช่วยเหลือเจือจุนกันระหว่างคริสเตียน (ในคริสตจักรเมืองกาลาเทีย) โดยให้ช่วยรับภาระของกันและกัน (กาลาเทีย 6:2) และให้ทำดีต่อทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อคนที่เป็นสมาชิกของครอบครัวแห่งความเชื่อ (กาลาเทีย 6:10) เราจึงอาจสรุปสาระและหลักการสำคัญตรงนี้ได้ดังนี้
.....มีการสอนพระวจนะกับคริสเตียนในรูปแบบที่มีครูผู้สอนอย่างชัดเจนแล้วในคริสตจักร
.....ครูผู้สอนเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่มีหน้าที่ชัดเจน เป็นการสอนพระวจนะของคริสเตียน
.....เป็นผู้รับใช้เต็มเวลาหรือเกือบเต็มเวลา จนกระทั่งไม่มีเวลาไปทำมาหากิน จึงต้องการเงินหรือปัจจัยยังชีพจากคริสเตียนหรือผู้คนที่ได้รับการสอน
.....จากพระวจนะตอนที่ยกมาแสดงว่าคริสเตียนในคริสตจักรกาลาเทีย จะด้วยเหตผลใดไม่ทราบได้ละเลยในสิ่งนี้ ทำให้ท่านเปาโลต้องเตือนมา
3. ดังนั้นพระวจนะตอนที่ยกมาข้างต้นนี้ (กาลาเทีย 6:6) จึงเป็นหลักฐานสำคัญชิ้นแรกในพระคัมภีร์ที่แสดงถึง "การจ่ายเงิน" เลี้ยงดูผู้รับใช้พระเจ้าในฐานะครูผู้สอนพระวจนะ (พระธรรมกาลาเทีย เป็นจดหมายฝากที่ถูกเขียนขึ้นเป็นฉบับแรกๆ ประมาณปี 40-50 เลยทีเดียว)
4. ในปัจจุบันนี้ จากตัวอย่างและคำสอนของท่านเปาโลในตอนนี้และตอนอื่นๆ เราอาจยึดเป็นแนวทางปฏิบัติได้ดังนี้ว่า
.....ผู้รับใช้พระเจ้า (เต็มเวลาหรือเกือบเต็มเวลา) ในคริสตจักร (ศิษยาภิบาล ผู้ปกครอง ครูผู้สอน) ควรทำหน้าที่สอนและเทศนาพระวจนะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างแรก รวมถึงการประกาศพระวจนะหรือข่าวประเสริฐให้คนทั่วไปได้ฟังด้วย เพราะ “พระเจ้าจึงพอพระทัยจะช่วยพวกที่เชื่อให้รอดโดยคำเทศนาโง่ๆ” (1 โครินธ์ 1:21)
.....ผู้รับการสอน (คริสเตียนทั้งหลาย) ก็ต้องให้การสนับสนุนเรื่องเงินทองและปัจจัยยังชีพอย่างพอเพียงแด่ครูผู้สอนด้วย
.....ส่วนครูผู้สอนเมื่อได้รับการสนับสนุนการเงิน ก็จงรู้จักพอใจ ไม่โลภเงินทอง เพราะการอยู่ในทางพระเจ้าพร้อมกับมีความพอใจก็เป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวง (1 ทิโมธี 6:6) การรักเงินเป็นรากเหง้าหนึ่งของความชั่วร้ายทั้งปวงและจะทำให้ลืมพระเจ้าไปได้ (1 ทิโมธี 6:10) และ เมื่อมีความสะดวกสบายอันเป็นผลจากการรับใช้ อาจทำให้ท่านหลงลืมหน้าที่ได้ง่าย ไม่กระตือรือร้นในงานรับใช้ กลายเป็นคนเกลียจคร้าน เฉื่อยชาไป ซึ่งต้องระวังในจุดนี้
5. เนื่องด้วยเหตุนี้ เราคริสเตียนจึงควรต้องถวายทรัพย์ให้แก่คริสตจักรที่เราเป็นสมาชิกอยู่ เพื่องานของพระเจ้าจะเดินหน้าต่อได้ เป็นหลักการที่มาจากพระคัมภีร์ ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจผิดในจุดนี้